ตัดแว่นโปรเกรสซีฟ เลือกกรอบแบบไหนดี? ขนาดกรอบและความสูงที่ต้องรู้

หลายคนตั้งใจตัดแว่นโปรเกรสซีฟ แต่เลือกกรอบจากความชอบอย่างเดียว พอใส่จริงกลับต้องเงยหน้าหาจุดอ่านหนังสือ เพราะกรอบเตี้ยเกินไปหรือทรงไม่รับกับเลนส์ บทความนี้สรุปเรื่องขนาดกรอบ ความสูงกรอบ และความสูงฟิตติ้งที่ควรรู้ก่อนเลือกแว่น
ทำไมกรอบแว่นมีผลกับเลนส์โปรเกรสซีฟมากกว่าเลนส์ชั้นเดียว
เลนส์ชั้นเดียวมีค่าสายตาเท่ากันทั้งแผ่น ส่วนเลนส์โปรเกรสซีฟแบ่งพื้นที่ใช้งานตามแนวตั้ง ช่วงบนใช้มองไกล ช่วงกลางเป็นทางเดินสายตา (Corridor) สำหรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ และช่วงล่างใช้อ่านหนังสือหรือดูมือถือ
ถ้ากรอบเตี้ยเกินไป เลนส์ด้านล่างจะถูกตัดทิ้งมากขึ้น โซนอ่านหนังสือจึงเล็กลงหรือหายไปบางส่วน ผู้ใส่ต้องเงยคางหามุมอ่านจนเมื่อยคอ
ความสูงกรอบ (ค่า B) ควรมีเท่าไร
ค่าแรกที่ควรดูคือความสูงช่องเลนส์ หรือค่า B (B-measurement) วัดจากขอบในด้านบนถึงขอบในด้านล่าง คู่มือของ Zenottic ร้านแว่นออนไลน์ต่างประเทศ แนะนำให้กรอบสำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟแบบมาตรฐานสูงอย่างน้อยประมาณ 28 มม. และแนะนำช่วง 28–32 มม. สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มใส่
วิธีเช็กความสูงกรอบด้วยตัวเอง
ตัวเลขบนขาแว่นมักไม่บอกความสูงเลนส์ จึงต้องใช้ไม้บรรทัดหน่วยมิลลิเมตรวัดแนวตั้งตรงจุดที่ช่องเลนส์สูงที่สุด ถ้ามีแว่นเดิมที่อ่านหนังสือได้สบาย ให้วัดเลนส์อันนั้นเก็บไว้เป็นค่าอ้างอิง
ถ้าชอบกรอบเล็กหรือกรอบเตี้ย
กรอบเตี้ยยังใช้ได้ถ้าเลือกเลนส์ทางเดินสายตาสั้น (Short Corridor) ซึ่งคู่มือเดียวกันระบุว่ารองรับกรอบสูงต่ำสุดราว 22 มม. แลกกับโซนกลางที่แคบลง ที่ Taalook Optic เลนส์โปรเกรสซีฟรุ่น Plus มีโครงสร้าง Plus และ Plus Asiana ให้เลือกตามกรอบแว่น และเลือกคอร์ริดอร์ได้ตั้งแต่ 10–16 ตามระยะเหลือบมองใกล้ของแต่ละคน
ความกว้าง ทรง และวัสดุกรอบที่เหมาะกับโปรเกรสซีฟ
ความกว้างกรอบกับตำแหน่งตา
กรอบควรกว้างพอดีใบหน้า ให้ตาดำอยู่ค่อนมาทางกลางช่องเลนส์ กรอบที่กว้างเกินหน้าทำให้ขอบเลนส์ซึ่งภาพบิดเบือนมากกว่ากินพื้นที่มากขึ้น และเลนส์สายตาสั้นจะหนาขอบขึ้น ระยะห่างรูม่านตา (PD) จึงควรวัดแยกทีละข้าง
ทรงกรอบที่ควรระวัง
เวลามองใกล้ ตาจะเหลือบลงและเข้าหาจมูก กรอบที่ขอบล่างด้านในเฉียงขึ้นมาก เช่น ทรงนักบินหรือแคทอายบางแบบ จึงเหลือพื้นที่อ่านหนังสือน้อย กรอบครึ่งวงแบบแว่นอ่านหนังสือและกรอบกีฬาที่โค้งมากก็ไม่เหมาะเช่นกัน ส่วนกรอบโค้ง เลนส์บางรุ่นของร้านเลือกค่าความโค้งหน้าเลนส์ (Base Curve) ได้ถึง BC 8 ให้เข้ากับกรอบและใบหน้า
แป้นจมูกและวัสดุกรอบ
กรอบโลหะที่มีแป้นจมูกปรับได้ช่วยยกหรือลดระดับแว่นบนใบหน้า จัดโซนสายตาให้ตรงกับตาง่ายขึ้น กรอบอะซิเตตมั่นคงและช่วยพรางความหนาขอบเลนส์ แต่ปรับระดับได้น้อยกว่า Taalook Optic ปรับดัดแว่นให้ฟรี และเปลี่ยนแป้นจมูกหรือยางขาให้ฟรีตลอดชีพสำหรับแว่นบางรุ่น
ความสูงฟิตติ้ง วัดหลังได้กรอบที่ใช่
ความสูงฟิตติ้ง (Fitting Height) คือระยะจากกึ่งกลางรูม่านตาลงไปถึงขอบล่างของช่องเลนส์ ขณะสวมกรอบที่เลือกและมองตรง ค่านี้บอกโรงงานว่าจะวางโซนมองไกลไว้ตรงไหน และเปลี่ยนตามตำแหน่งที่แว่นวางบนจมูกของแต่ละคน
ลำดับที่ถูกต้องจึงเป็นเลือกกรอบและดัดให้เข้ารูปหน้าก่อนแล้วค่อยวัด ที่ Taalook Optic สไตลิสต์ช่วยแนะนำกรอบให้เหมาะกับค่าสายตา จากนั้นช่างแว่นปรับดัดให้ไม่กดจมูกหรือหูและไม่หลวม แล้วจึงวัดจุดเซนเตอร์ตาด้วยเครื่อง ZEISS VISUFIT 1000 ซึ่งร้านระบุว่าแม่นยำระดับ 0.1 มิลลิเมตร
ตัดแว่นโปรเกรสซีฟกับ Taalook Optic เชียงใหม่
ร้านตรวจวัดสายตาด้วยเครื่องมือ ZEISS ตั้งแต่สแกนกระจกตาด้วย ZEISS i.Profiler วัดค่าสายตาด้วย Digital Phoropter ทดสอบเลนส์ ไปจนถึงเลือกกรอบและวัดเซนเตอร์ตา รวมประมาณ 1 ชั่วโมง เลนส์ใช้เวลาผลิต 7–21 วันตามรุ่น
ราคาเลนส์โปรเกรสซีฟเริ่มต้น 6,990 บาท ดูสเปกและราคาแต่ละรุ่นก่อนตัดแว่นโปรเกรสซีฟได้ที่หน้าราคาเลนส์ของร้าน กรอบแว่นมีรับประกัน 1–5 ปี และถ้าใส่เลนส์แล้วไม่สบายตา เปลี่ยนได้ฟรีภายใน 3 เดือน ร้านอยู่ตรงข้ามเซ็นทรัลแอร์พอร์ต ถ.มหิดล เชียงใหม่ มีที่จอดรถ เปิดทุกวัน 10:00–19:00 น.
กรอบสำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟควรมีช่องเลนส์สูงพอ กว้างพอดีหน้า และขอบล่างไม่สอบจนกินโซนอ่านหนังสือ แล้วจึงวัดความสูงฟิตติ้งให้แม่นยำ ถ้าไม่แน่ใจ นำแว่นเดิมไปให้ทีม Taalook Optic ช่วยดู พร้อมนัดตรวจวัดสายตาโปรเกรสซีฟฟรี
ติดต่อ Taalook Optic ร้านแว่นตาลุก เชียงใหม่
